วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Risk:Reward คืออะไร ทำไมชนะไม่ถึงครึ่งก็ยังกำไรได้

เข้าใจอัตราส่วน Risk:Reward 1:2 และ Win rate ขั้นต่ำที่ไม่ทำให้ขาดทุน พร้อมตัวอย่าง 10 ออเดอร์ที่คำนวณให้ดูทีละขั้น

บทความนี้เรียบเรียงด้วยระบบอัตโนมัติจากแหล่งข้อมูลท้ายบทความและตรวจทานโดย Admin

มือใหม่หลายคนคิดว่าการเทรดให้ได้กำไรต้องเดาถูกให้ได้มากกว่าครึ่ง แต่ในความเป็นจริง ผลลัพธ์ระยะยาวไม่ได้ขึ้นกับจำนวนครั้งที่ชนะอย่างเดียว ยังขึ้นกับ ชนะแล้วได้เท่าไร และแพ้แล้วเสียเท่าไร ด้วย เรื่องนี้คือหัวใจของ Risk:Reward

Risk:Reward คืออะไร

Risk:Reward (RR) คืออัตราส่วนเปรียบเทียบ ความเสี่ยงที่ยอมเสีย กับ ผลตอบแทนที่หวังจะได้ ในออเดอร์เดียว

  • Risk คือระยะจากจุดเข้าไปถึง Stop Loss
  • Reward คือระยะจากจุดเข้าไปถึง Take Profit

ถ้า Stop Loss อยู่ห่าง 20 Pip และ Take Profit อยู่ห่าง 40 Pip อัตราส่วนคือ 20:40 หรือ 1:2 แปลว่าถ้าชนะจะได้ 2 เท่าของที่เสียเมื่อแพ้

เรามักเรียกความเสี่ยง 1 หน่วยว่า 1R ดังนั้น RR 1:2 คือเสียสูงสุด 1R แต่หวังได้ 2R

ตัวอย่างการตั้ง RR 1:2 ในออเดอร์

สมมติบัญชี 5,000 ดอลลาร์ และกำหนดว่าจะเสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อออเดอร์ ซึ่งเท่ากับ 50 ดอลลาร์

เทรด EURUSD โดยตั้ง Stop Loss 20 Pip และ Take Profit 40 Pip

  • มูลค่า 1 Pip ของ 1 Lot มาตรฐานใน EURUSD ประมาณ 10 ดอลลาร์
  • ถ้าเปิด 0.25 Lot มูลค่า 1 Pip ≈ 2.5 ดอลลาร์
  • ถ้าโดน Stop Loss: 20 × 2.5 = เสีย 50 ดอลลาร์
  • ถ้าถึง Take Profit: 40 × 2.5 = ได้ 100 ดอลลาร์

ขนาด Lot ถูกคำนวณมาจากเงินที่ยอมเสีย ไม่ได้เลือกตามความรู้สึก

แผนภาพออเดอร์ EURUSD ที่ Stop Loss ห่าง 20 Pip เสีย 50 ดอลลาร์ และ Take Profit ห่าง 40 Pip ได้ 100 ดอลลาร์ คิดเป็น RR 1:2

Win rate ที่ต้องได้เพื่อไม่ขาดทุน

Win rate คือเปอร์เซ็นต์ของออเดอร์ที่ชนะ จุดคุ้มทุนหาได้จากสูตร:

Win rate คุ้มทุน = 1 ÷ (1 + RR ด้านผลตอบแทน)

ถ้า RR เป็น 1:2 ให้ใช้ 2:

1 ÷ (1 + 2) = 1 ÷ 3 ≈ 33.3%

หมายความว่า ถ้าเทรดด้วย RR 1:2 แล้วชนะราว 1 ใน 3 ของออเดอร์ ผลรวมจะอยู่ที่ประมาณเสมอตัว (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม) และถ้าชนะได้มากกว่านั้น ผลรวมจึงเริ่มเป็นบวก

ตารางเทียบ RR ต่างๆ:

Risk:Reward Win rate ที่คุ้มทุน
1:0.5 ≈ 66.7%
1:1 50%
1:2 ≈ 33.3%
1:3 25%

จะเห็นว่ายิ่ง Reward ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับ Risk ก็ยิ่งไม่ต้องชนะบ่อย และถ้า RR ต่ำกว่า 1:1 ต้องชนะบ่อยมากจึงจะไม่ขาดทุน

แผนภูมิแท่งแนวนอนเทียบ Win rate ที่คุ้มทุนของ RR 1:0.5, 1:1, 1:2 และ 1:3 ซึ่งเท่ากับ 66.7%, 50%, 33.3% และ 25%

ตัวอย่าง 10 ออเดอร์

ใช้ตัวเลขเดิม: เสี่ยง 50 ดอลลาร์ต่อออเดอร์ และ RR 1:2 (ชนะได้ 100 ดอลลาร์)

กรณี A: ชนะ 4 แพ้ 6 (Win rate 40%)

  • ชนะ: 4 × 100 = +400
  • แพ้: 6 × 50 = −300
  • รวม: +100 ดอลลาร์

กรณี B: ชนะ 3 แพ้ 7 (Win rate 30%)

  • ชนะ: 3 × 100 = +300
  • แพ้: 7 × 50 = −350
  • รวม: −50 ดอลลาร์

กรณี C: ชนะ 5 แพ้ 5 (Win rate 50%)

  • ชนะ: 5 × 100 = +500
  • แพ้: 5 × 50 = −250
  • รวม: +250 ดอลลาร์

ลองเทียบกับ RR 1:1 ที่ชนะ 4 แพ้ 6 เหมือนกรณี A คือ ชนะ 4 × 50 = +200 และแพ้ 6 × 50 = −300 รวม −100 ดอลลาร์ ทั้งที่ Win rate เท่ากัน แต่ผลต่างกันเพราะ RR ต่างกัน

แผนภูมิแท่งเทียบผลรวม 10 ออเดอร์: กรณี A +100, กรณี B −50, กรณี C +250 ดอลลาร์ที่ RR 1:2 และ RR 1:1 ชนะ 4 แพ้ 6 ได้ −100 ดอลลาร์

มองอีกมุมด้วยค่าคาดหวัง

ค่าคาดหวังต่อออเดอร์ (Expectancy) คำนวณได้จาก:

(Win rate × Reward) − (อัตราแพ้ × Risk)

กรณี A ใช้หน่วย R: (0.4 × 2R) − (0.6 × 1R) = 0.8R − 0.6R = +0.2R ต่อออเดอร์

เมื่อเทรด 10 ออเดอร์ จะได้ 0.2R × 10 = 2R และ 1R เท่ากับ 50 ดอลลาร์ ผลจึงเท่ากับ 100 ดอลลาร์ ตรงกับที่คำนวณด้านบน

ค่าคาดหวังเป็นบวกหมายถึงในเชิงคณิตศาสตร์ ถ้าตัวเลข Win rate และ RR ที่ใช้ตรงกับความจริงในระยะยาว ผลรวมจะเอนไปทางบวก ไม่ได้รับประกันว่าทุกช่วงจะได้กำไร

ความเสี่ยงและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตัวอย่าง 10 ออเดอร์เป็นแค่ภาพประกอบ ในการเทรดจริงผลอาจแกว่งมาก เช่น แพ้ติดกันหลายครั้งแม้ระบบจะมีค่าคาดหวังเป็นบวก
  • ตั้ง RR สูงโดยไม่ดูความเป็นไปได้ การตั้ง Take Profit ไกลมาก ทำให้ราคาไปถึงยากขึ้น Win rate จริงอาจต่ำกว่าจุดคุ้มทุน
  • ขยับ Stop Loss หนีเมื่อราคาเข้าใกล้ ทำให้ Risk จริงใหญ่กว่าที่วางแผน และ RR เพี้ยนไปหมด
  • ลืมต้นทุน Spread ค่าคอมมิชชัน และ Slippage ทำให้ Win rate ที่คุ้มทุนจริงสูงกว่าสูตร
  • ใช้ Lot ไม่สัมพันธ์กับ Stop Loss ถ้า Lot ใหญ่เกินไป แค่แพ้ไม่กี่ครั้งก็อาจกระทบเงินทุนหนัก
  • ไม่บันทึกผล ถ้าไม่จดสถิติ จะไม่รู้ว่า Win rate และ RR จริงของตัวเองเป็นเท่าไร

สรุป

Risk:Reward ช่วยให้เห็นว่าการเทรดไม่ได้วัดกันที่ "ชนะกี่ครั้ง" อย่างเดียว ที่ RR 1:2 Win rate คุ้มทุนอยู่ที่ประมาณ 33.3% จึงมีโอกาสไม่ขาดทุนแม้ชนะไม่ถึงครึ่ง แต่ต้องอาศัยวินัยในการตั้ง Stop Loss การคำนวณ Lot และการจดบันทึกผลจริง ลองฝึกคำนวณบนบัญชีทดลองก่อน เพื่อให้เข้าใจตัวเลขของตัวเองก่อนใช้เงินจริง